Start อย่างไรให้ Up ได้ต่อถึงระดับโลก ในแบบฉบับ 10 สตาร์ทอัพมาแรงจาก Digital Ventures Accelerator

ในช่วง 3-4 ปีมานี้ “สตาร์ทอัพ” ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก รวมทั้งในประเทศไทยเอง เพราะหากพิจารณาข้อมูลจากระบบเสิร์ชเอนจิ้นของ Google จะเห็นได้ว่า “สตาร์ทอัพ” เป็นคำที่ได้รับความนิยมในการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 30-40% โดยเฉลี่ยเลยทีเดียว
more
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคงเป็นเพราะว่าหากดูเผิน ๆ “สตาร์ทอัพ” ดูเหมือนจะเป็นหนทางที่เอื้อให้คนรุ่นใหม่ที่อยากมีธุรกิจและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว สามารถก้าวเข้ามาเริ่มทำความฝันได้อย่างไม่ยาก ด้วยความเข้าใจว่า “สตาร์ทอัพ” เป็นรูปแบบธุรกิจที่อาศัยเพียงไอเดียธุรกิจที่แหวกแนว หาช่องว่างทางการตลาด มีทีมทำเทคโนโลยีมาพัฒนาแอพลิเคชั่นอีกเล็กน้อย ก็ลุยได้แล้ว ไม่เหมือนธุรกิจ SME ที่ต้องอาศัยเงินทุน จำนวนทรัพยากรบุคคลที่มากกว่า และขยายตลาดได้ยากกว่า หลายคนจึงวาดฝันถึงโอกาสเติบโตและร่ำรวยแบบก้าวกระโดดเหมือน Uber, Grab หรือแม้กระทั่ง Facebook

ทว่าจริง ๆ แล้ว “สตาร์ทอัพ” เป็นอะไรที่ Start ง่าย แต่อัตราส่วนของคนที่ Start แล้วสามารถ Up สู่ความสำเร็จแล้วมีน้อยนิด บางสำนักที่วัดสถิติกันพูดว่าเป็นจำนวน 1:1,000 เลยทีเดียวที่ประสบความสำเร็จและล้มหายตายจากไป วันนี้ทีมงานMarketing Oops! จึงขอนัดคิวพิเศษกับ คุณชาล เจริญพันธ์– Head of Acceleratorบริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด พร้อมทั้งสตาร์ทอัพทั้ง 10 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Digital Ventures Accelerator รุ่นแรก ที่มาร่วมเผยมุมมองและวิธีคิดอย่างแตกต่างที่จะทำให้สตาร์ทอัพไทยประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง เผลอ ๆ ไปไกลระดับโลก
ก่อนจะไปอ่านบทสัมภาษณ์ของกูรูและสตาร์ทอัพไฟแรง เรามาทำความรู้จักกับ Digital Ventures Accelerator (DVA) กันซักนิด ซึ่งผู้อ่านหลาย ๆ ท่านอาจจะรู้จักบ้างอยู่แล้ว เพราะเป็นโปรแกรม Accelerator ที่มาแรงที่สุดของประเทศในเวลานี้ ดำเนินงานโดย ดิจิทัล เวนเจอร์ส บริษัทที่พัฒนานวัตกรรมทด้านฟินเทค (FinTech) ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์นั่นเอง ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเข้มข้น และเป็นครึ่งทางของโครงการ DVA ที่ กำลังบ่มเพาะสตาร์ทอัพกัน
“การผลักดันสตาร์ทอัพไทยคือฟันเฟืองเศรษฐกิจไทย”
นั่นคือคำเปิดบทสนทนากับ คุณชาล เจริญพันธ์ – Head of Accelerator บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดัน DVA ซึ่งเดิมทีก็มีชื่อเสียงอย่างมากอยู่แล้วในหมู่สตาร์ทอัพจากการที่คุณชาลเป็นเจ้าของและผู้บุกเบิก Hubba Co-Working Space ของสตาร์ทอัพแห่งแรกในไทย
คุณชาล กล่าวว่า “ความตั้งใจของดิจิทัล เวนเจอร์ส คือ นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และการลงทุนในบริษัท Startup ทั้งในและต่างประเทศแล้ว อีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญคือ การสร้างระบบนิเวศที่ดีที่สุดให้สตาร์ทอัพไทยให้สามารถเติบโตได้รวดเร็วและยั่งยืน เพราะนับจริง ๆ แล้วสตาร์ทอัพไทยก็เพิ่งเริ่มมาบูมในช่วงไม่ถึง 5 ปีที่ผ่านมา แต่หากเราไม่รีบทำให้สตาร์ทอัพไทยเกิด ก็จะมีสตาร์ทอัพต่างชาติ อาทิ Uber Lazada Alibaba ฯลฯ เข้ามาทำธุรกิจในตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ เงินไหลออกนอกประเทศเรื่อยๆ และสตาร์ทอัพเป็นอะไรที่ถ้าอยากจะเกิดก็ต้องทำให้เกิดอย่างรวดเร็ว”

“เราได้ พัฒนาหลักสูตรขึ้นโดยคำนึงถึงการเตรียมปัจจัยที่จะทำให้สตาร์ทอัพประสบความสำเร็จใน 3 ด้านด้วยกันคือ ความรู้ เงินทุน และโอกาสการขยายตลาดขึ้น ด้วยการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์เองและพาร์ทเนอร์ระดับโลกจากหลายวงการ เช่น PrimeStreet Advisory, Baker & McKenzie, Google ในรูปแบบของการให้ความรู้ที่เป็นพื้นฐานการทำธุรกิจ เรื่องการเงิน หรือกฎหมายธุรกิจ และในรูปแบบของเมนทอร์ที่จะคอยให้คำปรึกษาแบบทีมต่อทีมกับสตาร์ทอัพ”
“สตาร์ทอัพที่เราคัดเลือกมา 10 ทีมจากร้อยกว่าทีม หนึ่งในเกณฑ์ของการคัดเลือกคือธุรกิจของเค้าต้อง scale ได้ไม่ใช่แค่ในประเทศ ดังนั้น เราจึงให้ความสำคัญกับการให้สตาร์ทอัพได้ไปเจอนักลงทุน ไป networking กับ Startup Ecosystem ในต่างประเทศ อย่างล่าสุด เราได้สนับสนุนงาน Next Money FinTech Finals 2017 ที่จัดขึ้นที่ฮ่องกง เป็นงานเฉพาะกลุ่มของธุรกิจ FinTech โดยเฉพาะ คือเค้าจะได้เห็นการแข่งขันในต่างประเทศจริง และที่สำคัญคือการสร้างคอนเนคชั่น”

“ส่วนภายในประเทศ เราได้ช่วยสร้างเครือข่ายให้สตาร์ทอัพกับหลายๆ อุตสาหกรรม เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจก่อสร้าง อสังหาฯ รวมทั้งต่อยอดธุรกิจกับทางธนาคารไทยพาณิชย์เองเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นและเหมาะสมกับลูกค้าธนาคารในอนาคตต่อไป”
“เรามองไกลโดยหวังว่าหลังจาก ที่ทุกคนจบจากโครงการเราไปแล้ว ธุรกิจทุกทีมควรจะเติบโตอย่างน้อย 2-3 เท่า เรามองเห็นศักยภาพของทั้ง 10 ทีมของเราว่า สามารถที่จะ Transform ตัวเองได้ บางทีมอาจจะถึงขั้น turnaround จากขาดทุนเป็นกำไรได้ นอกจากนี้เราคาดหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Digital Ventures และสตาร์ทอัพที่เข้ามาร่วมโครงการเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว เป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ได้สิ้นสุดแค่ demo day เท่านั้น แต่จะมองไกลไปถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) หรือการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ เพราะสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง FinTech ไม่ได้สร้างกันง่าย ๆ 3 เดือน 6 เดือน บางทีวงจรการพัฒนาสตาร์ทอัพต้องรอถึง 2 ปี เพราะแม้จะทำผลิตภัณฑ์พร้อมออกตลาดแล้วแต่ก็ยังต้องรอการออกกฏหมาย พระราชบัญญัติ หรือข้อกำหนดรับรองต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะอนุญาตก่อน”

“ถ้าพูดถึงเรื่องการลงทุนในสตาร์ทอัพของเรา เราพร้อมจะลงทุนกับทุกทีม จะมากหรือน้อย ไปลุ้นกันในงาน Demo Day ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละทีมด้วยนะว่าเค้าอยากให้เราลงทุนหรือป่าว แต่ก่อนหน้านี้ ทุกทีมได้รับเงินลงทุนแบบให้เปล่าไปกันตั้งแต่ต้นทีมละ 300,000 บาทอยู่แล้ว เพราะในระหว่างที่เรียนก็ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของตัวเองไปด้วย เค้าต้องอยู่ได้ด้วย”
10 แนวคิดที่แตกต่างของ 10 ทีม สตาร์ทอัพ แห่ง DVA
Seekster– ศูนย์รวมผู้ให้บริการออนไลน์
“แพลตฟอร์มของเราคล้ายๆ กับ Uber และ Grab แต่เป็นการให้บริการเรื่องช่าง โดยเราโฟกัสที่ B2B ทั้งธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และกลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เน้นช่วยดูแลลูกค้าของเค้า อาจจะพูดได้ว่า end-to-end solution ที่มาพร้อมกับคุณภาพ ตอนนี้เรามีผู้ให้บริการอยู่ประมาณ 1,300 คนที่อยู่ในระบบเรา โดยเฉพาะช่างแอร์กับแม่บ้าน ตอนนี้เราให้บริการผ่านเว็บไซต์ และกำลังจะเปิดให้บริการทางแอพเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณ Digital Ventures ด้วยที่เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปคุยกับพาร์ทเนอร์อย่าง SCB และ Ananda ทำให้เรามีโอกาสต่อยอดธุรกิจด้วยองค์ความรู้ และได้เครือข่ายคุณภาพ”
Refinn– ผู้ให้บริการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ออนไลน์
“เราเป็นเว็บไซต์ที่รวมเอาโปรโมชั่นรีไฟแนนซ์ของทุกธนาคารมาให้ลูกค้าเปรียบเทียบเพื่อการรีไฟแนนซ์บ้าน เพราะปกติเรื่องรีไฟแนนซ์ คนจะวิ่งไปคุยไม่เกิน 5 ธนาคารแล้วเอามาคำนวณ แล้วบางทีธนาคารไม่ได้มีโปรเดียว 10 ธนาคารอาจจะมีรวมแล้วเป็น 100 โปร ซึ่งจริงๆแล้ว ถ้าเลือกโปรให้ถูกอาจจะช่วยประหยัดไปได้ถึง 1 ล้านบาท หรือยอด 10 ล้านอาจจะเหลือแค่ 4 ล้าน เราอยากช่วยแก้ปัญหา และช่วยสร้างผลกระทบในเชิงบวกกับสังคม”
FLOW ACCOUNT– แอพฯบัญชีออนไลน์ยอดนิยม
“เราได้ insight มาจากสิ่งที่เราเจอว่าทุกคนไม่อยากทำบัญชี ทำบัญชีไม่เป็น เอกสารเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากสำหรับคนทั่วไปและเป็นผลให้หลายคนไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ระบบของเราคือมีจุดเด่นคือเก็บดาต้าเบสออนไลน์หมด เหมือนใช้ Facebook อยู่ที่ไหนก็ทำเอกสารเกี่ยวกับบัญชีได้ และค่าใช้บริการเพียง 999 บาท/ปี ซึ่งสำคัญมากสำหรับบริษัทเล็กที่ทำงานเอง มีลูกน้อง 2-3 คน ตรงนี้เป็น Area of Focus ของเรา เราต้องรู้ตรงนี้ให้ชัด อย่าไปหวังจับทุกตลาด”
Convolab– ระบบ AI ที่จะลดข้อจำกัดของการแชทจากขีดความสามารถของมนุษย์
“เราใช้เทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) มาสร้างแอพพลิเคชั่นพัฒนาเป็นแชทบอตที่สมบูรณ์ ใช้ได้ในทุกแพลทฟอร์มของ Social Media เป็นแชทบอตที่สามารถออกแบบให้เฉพาะเจาะจงกับ ธุรกิจต่าง ๆ ได้ เช่น ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ ..จากที่มาเข้ามาร่วม DVA ก็ชอบมากที่มี mentor ที่มีประสบการณ์ตรงกับธุรกิจเรา เพราะเป็นสตาร์ทอัพเหมือนยืนขาเดียวอยู่แล้ว แต่อันนี้มันเหมือนมีราวให้เกาะ เหมือนเวลาฝึก Ice Skate มีคนให้เกาะไม่ล้ม หรือถ้าล้มก็ไม่เจ็บ”
Etran– มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
“Startup ของผมค่อนข้างแหวกแนวไม่ใช่แอพลิเคชั่นแต่เป็น Hardware โดยโปรเจคนี้เกิดขึ้นเพราะเรานั่งมอเตอร์ไซด์ไปขึ้นรถไฟฟ้าแล้วเหม็นควันเลยรู้สึกว่าเราอยู่เมืองใหญ่แบบนี้ได้ยังไง แล้วเรื่อง climate change ก็ใกล้ตัวมาก ก็เลยเห็นช่องว่างในตลาดด้วยว่า ไม่มีนวัตกรรมใดที่จะมาเปลี่ยนการขนส่งสาธารณะเลย เราเลยเริ่มด้วยมอเตอร์ไซค์ก่อนซึ่งตอนนี้มอเตอร์ไซต์สาธารณะมีอยู่ประมาณ 300,000 คัน เราก็คิดต่อว่าทำอย่างไรให้เค้าเปลี่ยนมาใช้เรา ถึงพี่วินไม่แคร์เรื่องเหม็นควัน งั้นเราต้องทำของเราให้ถูกด้วยการให้พี่วินเช่าในราคาที่ต่ำกว่าค่าน้ำมันเฉลี่ยต่อเดือน เราตั้งเป้าไกล มองอะไรที่เป็นเจ้าแรกของโลกที่ทำ transportation for the better world”
OneStockHome– เปลี่ยนความวุ่นวายเรื่องวัสดุก่อสร้างให้เป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว
“ที่บ้านทำร้านขายวัสดุก่อสร้าง แล้วเราอยากต่อยอดก็เลยลองขยายมาทำออนไลน์ กุญแจแห่งความสำเร็จของเราคือการวิเคราะห์ pain point ที่ลูกค้า offline เจอแล้วนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ให้ได้ พยายามหา solution บนออนไลน์ที่จะช่วยลดเวลาของลูกค้า ช่วยดีลกับซัพพลายเออร์ให้ มีการจัดส่งที่ตรงเวลา ไม่มีสต๊อก ตอนนี้กลุ่มลูกค้าหลักคือ professional home builder และเราสามารถจัดส่งได้ทั่วประเทศแล้ว รวมทั้งพม่า ลาว กัมพูชา โดยมีแบรนด์ใหญ่ ๆ เข้ามาร่วมกว่า 20 แบรนด์แล้วทั้งโรงงานเหล็กใหญ่ ๆ รวมถึง SCG ซึ่งต้องขอบคุณ DVA ที่ช่วยให้เรามีเครือข่ายที่ดีแบบนี้”
PeerPower– แพลตฟอร์มสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลแบบออนไลน์
“PeerPower เกิดขึ้นจากการมองเห็นส่วนต่างของดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก เราจึงคิดค้นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อนักลงทุนที่มีศักยภาพและต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเข้ามาแมทช์กับผู้ขอสินเชื่อที่มีประวัติสินเชื่อที่ดี ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุน บนความเสี่ยงที่ต่ำลง ส่วนผู้ขอสินเชื่อก็ได้รับเงินสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจและลดความยุ่งยากในการขอสินเชื่อไปด้วย บริการของเราทำได้ผ่านเว็บ ซึ่งในอนาคตจะมีแอพด้วย ระหว่างที่รอกฏหมายและพรบ.อนุญาตให้เราเปิดให้บริการ การได้ร่วม DVA ก็ทำให้เราได้แนวคิดเรื่องการทำตลาดซึ่งสำคัญไม่แพ้การมีโมเดลธุรกิจที่จูงใจ”
PetInsure– บริการประกันภัยสัตว์เลี้ยงออนไลน์แห่งแรกในไทย
“PetInsure เกิดขึ้นมาจากการที่เรามองเห็นปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์เลี้ยงที่สูงมากในปัจจุบัน ประกอบกับจำนวนของผู้เลี้ยงสัตว์ในไทยมีเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ทีม PetInsure คิดค้นแพลทฟอร์มที่จะช่วยลดปัญหาด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์เลี้ยง แล้วก็ให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ที่ถูกต้องด้วย แพลทฟอร์มที่เราคิดขึ้นมาสามารถทำได้บนออนไลน์ทั้งหมดทั้งการทำประกันและการเคลม ในเมืองไทยอาจจะยังใหม่ แต่ในต่างประเทศถือว่าแอคทีฟมาก ตลาดบ้านเราจึงยังต้องการการ educate อีกมาก และเรามองว่ามันยังเติบโตได้ในระยะยาวแน่นอน”
PLIZZ– ระบบบัญชีออนไลน์ที่จะช่วยยกระดับ SMEs ไทย
“หลายคนอาจไม่รู้ว่า SMEs ในไทยมีอยู่มากกว่า 60,000 ราย และเราเล็งเห็นโอกาสที่จะทำสตาร์ทอัพที่จะเข้ามาอุดช่องว่างในการทำบัญชีให้กับกลุ่มนี้แบบครบวงจร สำหรับเรา เรามองเป้าหมายไว้ว่าเป็นการวาง business model ตั้งแต่เริ่มที่เอื้อให้เราโตขึ้นได้ตลอด หลักการง่ายๆของ PLIZZ คือ เป็นระบบบัญชีออนไลน์ที่จะช่วยทำธุรกรรมบัญชีของบริษัท อาทิ คำนวณรายรับรายจ่าย อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ การจ่ายเงินเดือนพนักงาน การจ่ายภาษี ฯลฯ เจ้าของธุรกิจยังสามารถเข้าไปดูข้อมูลบัญชีต่างๆ ของตัวเองที่เราอัพเดทให้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะทำให้จัดสรรทางการเงินได้ง่ายและเร็วขึ้น”
KYC-CHAIN –เทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะมาช่วยยกระดับธุรกรรมการเงิน
“หลายคนอาจเคยได้ยินเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘บล็อกเชน’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กระจายข้อมูลเป็นเครือข่ายใยแมงมุม ไม่มีศูนย์กลาง และจะมาเปลี่ยนแปลงธุรกรรมการเงินในอนาคต KYC-CHAIN หยิบยกเอาเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาเป็น Digital Identity ที่จะช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงาน ลูกค้าของธนาคารจะได้ความรวดเร็วในการทำธุรกรรมแต่ละครั้งมากขึ้น การได้ร่วมโครงการ DVA ทำให้ทีมได้มีโอกาสพบกับผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ Regulator หรือผู้กำกับดูแลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนวัตกรรมที่เราคิดค้นขึ้น ทำให้รู้ถึงข้อบังคับและกฎระเบียบต่างๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เราให้ดีขึ้นได้”

อย่าเพิ่งกลัว สตาร์ทอัพสัญชาติไทยพร้อมกว่าที่คิด
“จริง ๆ แล้วสตาร์ทอัพไทยมีความสามารถในการเติมเต็มช่องว่างของเทคโนโลยีในโลกอนาคตได้หลายอย่าง ด้วยความโดดเด่นของคนไทยที่ถึงแม้อาจจะต้องยอมรับว่าเรื่องเทคโนโลยียังตามต่างชาติอยู่ แต่เราเก่งมากในเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย หรือเรื่องของดีไซน์ ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งออกแบบกลยุทธ์ด้านมาร์เกตติ้งต่าง ๆ และที่สำคัญคือมีสตาร์ทอัพไทยมีแนวคิดแบบผู้ประกอบการ แบบ Cockroach Mindset หรือการคิดแบบแมลงสาบ คือฆ่าไม่ตาย อึด และอดทนกว่าสตาร์ทอัพต่างชาติ ผมคิดว่าจุดแข็งของเราในส่วนนี้หากได้รับการผลักดันและส่งเสริมให้ถูกทาง ก็จะมีโอกาสมากที่ทำให้สตาร์ทอัพไทยไปต่อได้ (เติบโตได้จริงๆ) อีกทั้งตอนนี้ยังมีการสนับสนุนจากภาครัฐมากมาย ดังนั้นแค่โชว์ศักยภาพของคุณมา โอกาสการหาทุนก็ไม่ได้ยากจนเกินไป” คุณชาลทิ้งท้าย

สำหรับใครที่คิดจะทำสตาร์ทอัพในปีนี้ ถึงเวลาที่คุณต้องหาทีมมาวางแผนและลงมือทำได้แล้ว ที่สำคัญต้องให้กำลังใจตัวเองอยู่ตลอดการสตาร์ทอัพ ทำให้ตัวเราและคนในทีมเชื่อว่าไอเดียสร้างสรรค์ของเราว่าทำได้จริงและมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ ส่วนสตาร์ทอัพหรือใครที่สนใจอยากติดตามความรู้ดีๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจ ติดตามกันต่อได้ที่ www.facebook.com/DigitalVenturesTH
แหล่งที่มา : https://www.marketingoops.com/news/tech-update/startups/start-up-digital-ventures-accelerator/
Need help with accounting, tax or company registration in Thailand?
Plizz handles bookkeeping, tax filing, payroll, company registration and corporate secretary work for SMEs in Thailand, all online. Tell us what you need and we will come back within one business day.


